 | Category: | Books | | Genre: | Travel | | Author: | Pappera..to Pmp... อะไรประมาณนี้ |
สมุดเปล่า ปกหน้าปกหลังทำเป็นซองให้ใส่ ตั๋ว บัตร อะไรแบบนี้ เรียกว่าเป็นสมุดบันทึกสำหรับนักเดินทาง (แต่ซื้อมาเก็บ -..-) กระดาษใช้ได้ ภาพประกอบเป็นลายเส้นสถานที่ แอบเปลืองพื้นที่เขียนบ้างสำหรับคนที่ชอบเขียนเยอะๆ   | Category: | Books | | Genre: | Other | | Author: | Korean Publisher |
ไม่ได้บ้าแบรนด์เนม แต่แค่เห็นลายนี้ก็อดใจหยิบไม่ได้ (จริงๆก็ไม่ใช่ลาย Burberry ซะทีเดียวหรอก) ยังไม่ได้แกะห่อเลย เพราะแอบดูเล่มที่แกะแล้วในร้านมา ข้างในเป็นสมุดมีเส้นธรรมดา เผื่อเอาไว้ใช้จดอะไรบ้างเพราะเล่มที่ซื้อมาส่วนมากเอามาเก็บ
อันนี้ No Commet เอามาฝากเล่นเฉยๆ   | Category: | Books | | Genre: | Business & Investing | | Author: | Shinya Nagasawa (แต่อ่านเเล่มแปลนะ อิอิ) |
เล่มนี้ให้แนวทางของแบรนด์ที่เน้นงานฝีมือ ยกเว้นเรื่องราคา... ที่คงไปตั้งแพงสู้เค้าไม่ได้แล้วยังเรื่องของการคุ้มครองลาย การควบคุมการละเมิด เรียกว่าเป็ฯงานฝีมือที่กันลิขสิทธิ์ทุกทาง แบรนด์นี้ไม่ง้อลูกค้า สินค้าในแต่ละประเภทราคาต่างกันไม่มากเพราะไม่อยากลดค่าแบรนด์ ไม่ทำสินค้าซ้ำแบบกันเกินกว่า 2 ชิ้นในแต่ละสาขา
ถ้าไม่ได้เป็นพวกเกลียดหนังสือเชิงวิชาการล่ะก็ ลองอ่านดูได้ การอ้างอิงด้วยระบุชัดเลยว่าเรื่องนี้มีอยู่ในหน้าไหน หรือไปเอามาจากไหน แต่ไม่ถึงกับอ้างอิงในแบบวิชาการมากอย่างงานวิจัย   | Category: | Books | | Genre: | Business & Investing | | Author: | นิกข์นิภา |
อ่านๆดูแล้วเริ่มรู้สึกว่า เปิดร้านเสื้อผ้าก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ถ้ายังหาเอกลักษณ์ตัวเองไม่เจอ เท่าที่อ่านดูร้านสัมภาษณ์ หล้ายร้านไม่ได้ผลิตเสื้อผ้าเอง แต่ไปรับมาขายต่อ เรียกว่า แค่แต่งร้านให้มันดูต่างกับคนอื่นเฉยๆ เอาภาษาแบบชาวบ้านคือ สักแต่ว่าเปิดร้าน แต่ไม่ได้สอนการทำให้ติดตลาดโดยไม่ต้องเลือกของจากศูนย์ขายส่งมาขาย แล้วเปลี่ยนไปตามกระแสแฟชั่น แบบนี้ไปแข่งกันด้านราคา ใครมาเปิดใหม่ก็เสี่ยงขาดทุน ถ้าร้านเก่าเจอร้านใหม่ขายได้ราคาถูกกว่าลูกค้าเก่าก็หนีเหมือนกัน บางทีเราว่าการเปิดร้านที่ทำสินค้าเอง ดูจะมีค่ากว่าและอัพราคาได้เยอะกว่านะ
ปล. ใครอยากได้ ติดต่อมา อยากขายทิ้ง... สภาพ 95% เรียน Fashion Business มา ถึงจะแค่ Short Course จาก Central Saint Martin's แล้วรู้สึกว่าทำได้จริงและเป็นไปได้ในระยะยาวกว่าเยอะ ถ้าอยากเปิดธุรกิจเสื้อผ้ามาปรึกษาได้   | Category: | Books | | Genre: | Arts & Photography | | Author: | Thanachart |
เดิมเป็นสมุดที่ใช้จดงาน หน้าแรกเป็นโฆษณาของธนชาติ แล้วถัดมาเป็นปฏิทิน หน้าที่ใช้จดมีรอบประไว้ฉีกได้ด้วย ชอบเพราะมันฉีกได้ (เอามาจริงไก็ไม่ค่อยฉีกนอกจากจำเป็นจริงๆ รู้สึกว่าฉีกส่งงานอาจารย์ไปครั้งสองครั้งนะ) ส่วนปก... ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ ต่อให้ผลิตเอง 555 เอาเป็นว่า ตอนนั้น ไม่ซีเรียสมากใช้จดเลคเชอร์เป็นหลัก นึกขึ้นมาได้ว่าเคยทำภาพกราฟฟิกไว้ เป็นราศีตัวเอง (ชักไม่แน่ใจ!!) ด้านหลังก็มีอีกภาพ เป็นภาพแรกๆที่วาดด้วยคอมเกือบทั้งภาพ (ถนัดวาดมือและไปทำต่อในคอมฯมากกว่า)   | Category: | Books | | Genre: | Arts & Photography | | Author: | unknown |
สมุดปกแข็ง หุ้มด้วยผ้าพิมพ์ลายหนังงูสีน้ำตาลสลับขาว ซื้อมาตอนที่เรียน มธ. ใช้จนเรียนจบ (จริงๆระหว่างที่เรียนก็มีเล่มอื่นใช้ด้วย) ที่ซื้อเล่มนี้เพราะลายหนังงูเนี่ยล่ะ 55 บางทีก็รู้สึกว่าเล่มเล็กไปหน่อย แต่บางทีก็รู้สึกว่าพกง่ายดี (แหม น่าจะยืดๆหดๆได้เนอะ 555) เมื่อวานก็ไปชอปปิ้งที่สยามมา มีร้านนึงขายสูทผ้าพิมพ์ลายหนังงูสีน้ำตาล ไม่อยากจะบอกว่าชอบมาก แต่เอามาใส่โอกาสไหนยังนึกไม่ออกเลยอะ จะใส่ทำงานก็แรงเกิน เด่วได้ใส่ไปยื่นใบลาออกพอดี เหอๆๆๆ - -" เรียกว่า ลายแนวๆนี้ ชอบเลยล่ะ แต่ต้องเป็นแค่ผ้าพิมพ์ลาย ไม่ก็เป็นหนังเทียมนะ เพราะเราไม่ชอบใช้หนังแท้ จะว่าดีมันก็ดีเพราะความทนทาน แต่ทำไมต้องไปเบียดเบียนสัตว์อื่นด้วยล่ะ...
เข้าเรื่องต่อ... เล่มนี้ซื้อมาเพราะความรำคาญมีเส้นในสมุด และตอนนั้นสมุดเปล่าแบบไม่มีเส้นค่อนข้างหายาก มีให้เลือกน้อย ได้โอกาสเอามาใช้ออกแบบเสื้อผ้าเป็นหลัก แต่หลังๆเริ่มจดอย่างอื่นด้วยเพราะไม่อยากพกสมุดหลายเล่ม ไปๆมาๆเริ่มแถเขียนอะไรที่ไม่ได้เกี่ยวกับที่เรียนมา ^^   | Category: | Books | | Genre: | Travel | | Author: | unknown |
เล่มกะทัดรัด ท่าทางจะขาดง่าย.. ง้างเยอะจะหลุดเอา สีทั้งเล่ม ภาพสวยด้วย ถ่ายไว้หลายหน้าอยู่แต่ขอไม่เอามาให้ดูนะ^^ เป็นภาพถ่ายสวยๆ แทรกสลับกับที่ว่างให้เขียน ส่วนที่ที่เขียนได้ก็มีเส้นบ้าง ตารางบางๆบ้าง ที่แน่ๆทุกหน้ามีขึ้นว่า day... ฟอนต์เลียนแบบลายมือไว้ให้ ส่วนของราคา ค่อนข้างคุ้มเลยเหมือนกัน (อุบไว้ดีก่า อิอิ)
ส่วนจะเอามาใช้มั้ย... ของแน่ล่ะ เก็บไว้ก่อน นึกได้ว่าจะเขียนอะไรดีค่อยเอามาใช้   | Category: | Books | | Genre: | Other | | Author: | Korean Publisher |
เล่มนี้ ไม่รู้ทะลึ่งซื้อมาได้ยังไง เห็นอยู่ว่าเป็นภาษาเกาหลี ไม่ใช่ง่ายๆที่จะอ่านรู้เรื่อง แต่ก็ประเภทว่า ขอแปลกมาก็เอาไว้ก่อน ไม่เป็นรัย สักวันชั้นจะต้องอ่านออก... T_T . . . . . . . . . . (แต่ไม่ได้บอกว่าจะอ่านรู้เรื่องนี่นา 555+)   | Category: | Books | | Genre: | Business & Investing | | Author: | Korean Publisher |
เดินเชิ้บๆตามจุดขายสมุดเปล่าลดราคาทีไร ได้ของติดมือมาทุกที เล่มคล้ายๆแบบนี้มีน่ารักกว่านี้ แต่เล่นเขียนเป็นภาษาเกาหลีทั้งเล่ม ใครจะไปอ่านออกถ้าไม่ได้เรียนมา ส่วนเล่มนี้ยังพอมีภาษอังกฤษให้หายงงไปเยอะ เลยเอาซะหน่อย... นับๆดู เขียนได้แค่ครึ่งปี (อาจจะหนึ่งปีพอดีแบบลืมบ้าง รวบวันบ้าง หรือสองปีถ้าไม่ค่อยได้ใช้เงิน...)   | Category: | Books | | Genre: | Literature & Fiction | | Author: | unknown |
เล่มนี้ได้มาตอนไปหาของมาทำ workshop งานประชุมวิชาการ แบบไหนๆก็ไปข้างนอกแล้วขอเดินเล่นด้วยสักนิดแล้วกัน จะเอ๋เล่มนี้ ชอบกระดาษสีแปลกๆอยู่แล้ว ราคาก็ไม่แพง เลยเอาซะหน่อย ส่วนพวกตัวอักษรจีนในสมุดที่มีประปราย อย่างน้อยน่าจะเป็นกำลังใจว่าสักวันเราจะอ่านออกกับเค้าบ้าง (แต่ก็ยังไม่สามารถจำอะไรได้อยู่ดี สงสัยต้องหา External Disk สัก 500 GB มาเสียบหัวแล้ว -..-)   | Category: | Books | | Genre: | Other | | Author: | unknown |
เล่มบางไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าเป็นแบบ หน้าปกเรียบๆธรรมดาแบบสมุดเรียน ทำไมไม่มีแบบที่หนาและเล็กกว่านี้หน่อย จะได้พกง่ายๆ เล่มนี้ได้มาตอนไปเล่นเสก็ตที่สำโรง แล้วที่ชั้นหนึ่งมีงานของขวัญ มีสมุดขายเลยอดใจไม่ได้ไปเดินๆดู ตามเคย...   | Category: | Books | | Genre: | Other | | Author: | I don't know |
เป็นสุมดเปล่าอีกเล่มที่กว่าจะเลือกเอามาได้ก็เจอถูกใจไม่รู้กี่เล่ม แต่ด้วยราคาเลยขอเล่มเดียว เสมุดคล้ายๆแบบนี้มีเป็นเซ็ท หน้ากระดาษข้างในมีอยู่สิบกว่าลายจัดวนสลับกันเป็นสีทั้งเล่ม ปกหน้าปกหลังพับเข้าด้านใน (คล้ายๆแบบนี้มีที่ซื้อมาจาก Top Shop ที่อังกฤษแล้ว แต่ภาพในแต่ละหน้าเป็นลายเส้นซ้ำๆกัน) สมุดที่มาจากเกาหลีกระดาษค่อนข้างดี พิมพ์สีสวย
อีกหน่อยคงมีนวัตกรรมกระดาษโดนน้ำไม่เปื่อย และไม่ทำให้เส้นปากกาที่ปกติมันละลายน้ำได้กระจายเวลาโดนน้ำ... ให้สำหรับคนซุ่มซ่ามที่ชอบใช้ปากกาสีชนิดไม่ทนน้ำโดยเฉพาะ อิอิ   | Category: | Books | | Genre: | Biographies & Memoirs | | Author: | วิจิตร อภิชาติเกรียงไกร |
หนังสือเล่มนี้ไปได้มาจากงานหนังสือเมื่อตอนต้นปีด้วยความบังเอิญ เนื้อหาข้างในไม่มีบรรยายมากมาย มาแนวๆกึ่งไดอารี่และความเป็นมาอีกนิดๆหน่อยๆ การจัดวางรูปแบบในหนังสือ ไม่ค่อยซ้ำแบบ แปลกดีแต่แอบงงว่ารูปนี้มันของเนื้อหาหน้าไหน ปกไม่ได้แข็งมากแต่เปิดแล้วกลัวใมนจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ
ที่ชอบอีกอย่างคือเหมือนเผยแพร่ของโบราณให้ชาวโลกได้รู้ด้วย เพราะมีการเขียนภาษาอังกฤษไว้ด้วย ของที่ลงแต่ละอย่าง จัดว่าหายากจริงๆ ทั้งที่ยังมีให้เห็นอยู่และไม่มีแล้ว อันไหนที่ยังมีให้เห็นก็หายากเต็มทนแล้วเหมือนกัน กระดาษที่ใช้เหมือนจะหนาไปหน่อย แล้วเหมือนว่าตั้งใจจะให้ดูเก่าๆ เลยได้เก่าสมใจ ภาพอาจจะสีไม่สดใสนักนะ เอาเป็นว่าถ้าอยากรู้ว่าของในสมัยก่อนมีอะไรน่าสนใจเผื่อไปเป็นไอเดียล่ะก็ เล่มนี้โอเค แต่ถ้าจะเอาละเอียดนี่คงไม่เยอะขนาดนั้นล่ะนะ ^^   | Category: | Books | | Genre: | Professional & Technical | | Author: | วีระชาติ วงศ์สัจจา |
ภาษาจีนเคยลงเรียนไปหนึ่งครอส ก่อนที่จะพักยาว เพราะอาการจำคำศัพท์ไม่ได้ ท่องเป็นร้อยจำได้ไม่ถึงสิบ ตั้งใจจะไปลงเรียนต่อเมื่อฟื้นเองได้สักระดับหนึ่งก่อน
หนังสือสอนภาษามีเยอะจนเลือกแบบที่ชอบและแบบที่อยากได้ได้สบาย ไม่ได้ทำออกมาแนวหนังสือเรียนแบบเมื่อก่อนที่ภาษายังไม่ค่อยเป็นที่นิยมนอกจากคนที่รักจะเรียนจริงๆ
ถ้าอยากรู้อยากเรียนแต่ไม่มีพจนานุกรม ก็ไม่ได้ช่วยให้ภาษาพัฒนาได้เร็วเท่ากับการใช้พจนานุกรมช่วย ภาษาจีนเป็นอะไรที่งงกับตัวอักษรมาก หาวิธีการใช้พจนานุกรมจีนอยู่พักใหญ่ทั้งร้านหนังสือ ทั้งในเน็ตจนมาเจอเล่มนี้ที่วางในร้านหนังสือซีเอ็ด ลดราคาพอดีด้วย (7 Jun 09)
ถึงจะเล่มไม่หนา ไม่เล็กขนาดพ็อกเก็ตบุคอ่านเล่นทั่วไป ปกไม่ดึงดูดด้ายภาพสไตล์เกาหลีอย่างที่นิยมกันตอนนี้ แต่เขียนอธิบายชัดเจนเลยว่าแบ่งเป็นหมวดๆยังไง บอกด้วยว่าแบบไหนเรียกอะไรพร้อมคำอ่านที่เป็นพินยิน ทำให้เข้าใจวิธีการเปิดหาคำแปลได้เยอะ ซึ่งในเล่มนี้ระบุแล้วว่าเป็นการใช้พจนานุกรมจีนของใคร มันคือเล่มหนาๆสีฟ้า ถ้าใครที่เรียนภาษาจีนและยังไม่ได้ซื้อพจนานุกรม ถึงเพิ่งเริ่มก็ขอแนะนำให้ซื้อพจนานุกรมเล่มใหญ่มาเลย
ปล. ที่สนใจภาษาไม่ใช่เพราะบ้าดารา นักร้อง แต่เพราะอยากเอามาใช้หากินและหาความรู้ใหม่ๆที่ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษบ้าง (แค่อังกฤษไม่พอแล้ว...)   | Category: | Books | | Genre: | Arts & Photography | | Author: | Pariwat A-nantachina [Design] |
Photo: Pariwat A-nantachina, Kanoknuch Sillapawakul Publisher: a book Price: 150 Bought: April 2009
เมื่อตอนงานหนังสือ เดินไปดูหนังสือแนวอินดี้เล่นๆในบูธของ a day แล้วเห็นมีสมุดเปล่าวางเรียงขายอยู่หลายเล่ม เนื่องจากเป็นพวกสะสมสมุดเปล่า ได้บ้าจี้ซื้อติดมือกลับมาด้วยเล่มก็ไม่ใช่เล็กๆ (หมายถึงความหนา) เป็นสันเชือก+กาว ปกแข็ง หนักกว่าสมุดปกติขนาดเดียวกันเยอะอยู่ พอซื้อมาแล้วก็นั่งงง ตกลงมันสมุดหรือหนังสือ?? เพราะมันมีแต่รูปถ่ายจากถนนหนทาง ประตูบ้าน รั้ว หรือรางก็ไม่เว้น เรียกว่าอะไรที่เข้าคอนเซปต์ "เส้น" เอามาลงหมด รูปพิมพ์ออกมาเ็ป็นขาวดำเยอะกว่าภาพสี วางรูปละแผ่นไม่วางหน้าหลังด้วย และบางหน้ามีคำคมที่เข้าคอนเซปต์ "เส้น" อยู่ประปราย
จริงๆแล้วสมุดสไตล์นี้มีปกอยู่สามแบบ แล้วแต่ว่าใครชอบแบบไหน ปกแบบที่ซื้อมานี้ดูเรียบง่ายดี เป็นอีกแนวของสมุดบันทึกที่แปลกตา และไอเดียดี ไม่ใช่เอากระดาษ (สวยหรือไม่สวย ดีหรือไม่ดีก็ช่าง) มาเข้าเล่มขายเฉยๆ ถึงจะไม่ใช้เขียนก็ยังเก็บไว้ดูรูปสวยๆได้ ว่าแต่.. จริงๆแล้วคนทำเค้าตั้งใจจะให้เป็นสมุดจดหรือว่าเอาไว้ให้ดูรูปกันแน่ล่ะเนี่ย...   | Category: | Books | | Genre: | Parenting & Families | | Author: | ดร. เดวิค บรูนเนอร์ และแซม สตอลล์ |
อย่าตกใจไปว่าทำไมถึงเอาหนังสือเล่มนี้มาจัดในหมวดของหนังสือครอบครัว เหตุผลคือเมื่อเรารับสุนัขสักตัวมาเลี้ยงก็เท่ากับเค้าได้กลายมาเป็นสมาชิกของครอบครัวเราไปแล้วล่ะ จริงมั้ย... ^^
หนังสือเกี่ยวกับารเลี้ยงสุนัขมีตั้งเยอะแต่เล่มนี้ เด่นที่กราฟฟิกประกอบทำได้น่ารัก และแปลก เป็นภาพประกอบเทียบสุนัขกับคอมพิวเตอร์(หุ่นยนต์) ภาพอาจจะมีไม่มากแต่ก็สื่อมาให้เข้าใจง่าย เนื้อหาอาจจะน้อยกว่าหนังสือคู่มือเลี้ยงสุนัขเล่มอื่นๆไปหน่อย แต่ถ้าในความเป็นจริงแล้วคู่มือเลี้ยงสุนัขก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้กับสุนัขทุกตัวอยู่แล้ว กลายเป็นว่าซื้อเล่มนี้มาด้วยเหตุผลทางอารมณ์เป็นหลัก ^^   | Category: | Books | | Genre: | Science | | Author: | มีหลายคน... ใส่ไม่พอ... |
Vilayanur S. Ramachandran, Diane Rogers- Ramachandran, Alan Gilchrist, John S. Wener, Biangio Pinna and Lothar Spillmann
เจอคำศัพท์เฉพาะเยอะมาก แนววิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้เรียนมาเพราะเรียนภาษารุ่นสุดท้ายที่ไม่ได้บังคับให้เรียนเลข ถ้าอ่านๆคร่าวๆก็พอจะเข้าใจ แต่บางคำที่เป็นศัพท์เฉพาะก็ต้องมีเปิดดิกฯแปลกันบ้าง สรุปได้กดดิกฯแปลทั้งเล่ม -_-“
ส่วนของเนื้อหาเน้นเกี่ยวกับเหตุผลว่าทำไมภาพที่เรียกกันว่าภาพลวงตามันถึงลวงตาได้ การมองเห็นของตามนุษย์ทำนองนี้ ตัวอย่างที่เค้าใช้อธิบายช่วยให้เข้าใจได้ไม่ยาก (ไปยากเอาคำศัพท์ทางทฤษฎีอย่างที่บอก
ไปติดขำเล็กน้อยตรงส่วนที่บอกว่า ถึงจะดึงลูกตาออกมาแล้วหันเข้าหาตัวให้มองผ่านไปทางข้างหลังเรา ยังไงเราก็จะยังเห็นเป็นด้านหน้าอยู่ดี...
ถ้าคนเรามีตาอยู่ด้านหลังอีกสักคู่มันจะทำให้เดินถอยหน้าถอยหลังเพราะคิดว่าทั้งสองทางเป็นข้างหน้ามั้ยเนี่ย!!!   | Category: | Books | | Genre: | Literature & Fiction | | Author: | โยโกยาม่า ยายุสุกิ เขียน/ศมณ สุวรรณรัตน์ |
เป็นหนังสือที่อ่านได้เร็วที่สุดที่เคยอ่าน (ไม่นับที่เป็นการ์ตูน) -_-“ เพราะใช้เวลาอ่านแค่สองชั่วโมง!! ปกติอ่านได้เร็วขนาดนี้ซะที่ไหน
หลายตอนที่อ่านแล้วเห็นภาพในหนังสือออกมาเป็นช่องๆเลย ถึงจะเคยอ่านโดเรม่อนตอนนึงไม่ถึง 5 รอบ แต่ก็พอจำได้ว่าเรื่องเป็นยังไง ภาพเป็นยังไง (ทีหนังสือเรียนไม่เห็นเป็นมั่งเลย) คนเขียนก็เข้าใจอ่านดี อ่านแล้ววิเคราหะห์ลึกขนาดนี้ ซึ่งมันก็จริงๆอย่างที่วิเคราะห์
จริงๆแล้วการ์ตูนทุกเรื่องมันมีข้อคิดทั้งนั้น อยู่ที่ว่าคนอ่านจะอ่านแล้วคิดตามมั้ย พยายามหาข้อคิดจากการ์ตูนเรื่องนั้นๆมั้ยมากกว่า (หลายครั้งที่นึกถึงเพื่อนสมัยเรียน ที่บ้านไม่ให้อ่านการ์ตูน ต้องยืมเพื่อนอ่านที่โรงเรียน แต่โรงเรียนก็ห้ามเด็กอ่านการ์ตูน ซึ่งจะห้ามไปทำไมในเมื่อเด็กอ่านการ์ตูนก็ยังดีกว่าไปนั่งกินขนม คุยกันไร้สาระ เปิดเน็ตโหลดเพลง หรือดูอะไรที่ไม่ควรจะดู)
หนังสือวิเคราะห์การ์ตูนโดเรม่อนเล่มนี้คงพิสูจน์ได้ว่าบางเรื่องที่มันดูไร้สาระ ไม่ได้ไร้สาระเสมอไป!! และเด็กที่อ่านการ์ตูนก็ยังดีกว่าเด็กที่... (ถ้าสมัยนี้จะว่าไม่อ่านหนังสือคงไม่ได้ แต่ต้องบอกว่า) มัวแต่เปิดเน็ตดูอะไรก็ไม่รู้...   | Category: | Books | | Genre: | Entertainment | | Author: | Richard Horne & Tracey Turner |
สรุปย่อเรื่องน่ารู้กันแบบสุดๆและแบ่งเป็นหลายๆประเภท แต่การจัดประเภทเนื้อหามันแปลกๆ หน้าซ้ายเป็นส่วนของเนื้อหาน่ารู้ที่สรุปมาแล้ว ส่วนหน้าขวาเป็นเหมือนแบบฝึกหัดอะไรแบบนี้ ทำออกมาได้น่ารักดี มุมบนขวามีช่องดาวเล็กๆให้เอาสติกเกอร์ดาวที่อยู่หน้าสุดท้ายมาติดด้วยถ้าอ่านและทำเสร็จแล้ว
หนังสือแบบนี้มีเป็นชุด ที่คล้ายๆกันอ่านคร่าวๆแล้วเฉยๆ ซื้อเล่มนี้มาอ่านเล่นแก้เครียดตอนเรียนที่อังกฤษ กลับมาหลังเรียนจบได้สักพัก มีภาษาไทยวางขายเต็มเลย [9 Jun 09]   http://www.readthediarymovie.com/index.php อาจจะเก่าไปหน่อย เพราะดันเพิ่งไปเจอ ทำได้เนียนมาก ขอแบ่งเป็นสองส่วนในการฝึกการวิจารณ์... (ในส่วนที่ถนัด) ด้านครีเอทีฟ... ไม่ให้เห็นชัดๆว่ามันคือโฆษณา แต่เว็บทำได้ดี ได้อารมณ์เหมือนอ่านไดอารี่อยู่ มี wallpaper มีคลิปให้โหลดครบ แถมโหลดไปใส่มือถือเก็บไว้ดูเล่นตอนรถติดได้ด้วย เทคนิคเว็บ... เสียดายจอส่วนของหนังเล็กไปนิด และเป็น Pop-up Window อาจต้องรีเฟรชใหม่ให้มัน allow pop-up ถึงจะดูได้สำหรับเครื่องที่ตั้งล็อก Pop-Up ไว้ แต่ส่วน play ไม่รู้ว่าทำไมไม่ขึ้นให้เลื่อนเองได้ไม่รู้ ไม่แน่ใจว่ามันเป็นที่คอมฯรึเปล่า มันเห็นไม่ชัดว่าเหลืออีกกี่นาที หรือดูไปกี่นาทีแล้วอะไรแบบนี้ เนื้อเรื่องคงไม่วิจารณ์เพราะไม่ได้รู้เรื่องฟิล์ม แต่ที่ดูแล้วขัดๆเล็กน้อยคือ ยุคที่ส้ม เจ้าของห้องคนเก่าอยู่มีแค่เพจเจอร์เนี่ย รู้สึกว่ามันไม่ได้เก่าขนาดที่ยังมีโทรศัพท์แบบหมุนตัวเลขนะ... 
|
ใส่จาวาก็ไม่ได้... เซ็งงงง งั้นใส่รายละเอียดเกี่ยวกับงานที่ระทึกในบล็อกนี้ก็แล้วกัน
1. รูปถ่ายที่เลือกมาแล้วเฉพาะอันเด็ดๆทั้งบังเอิญและตั้งใจด้วยกล้องโคตรธรรมดา ดิจิตอลบ้างมือถือบ้างตามสะดวกว่าคว้าอะไรได้ก่อนกัน 555 2. แนะนำหนังสือ ส่วนมากจะเป็น สมุดบันทึก3. เนื้อหา/บทความแปลแบบไม่เป็นทางการ จากประสบการณ์และความเข้าใจ โดยงานแปล Master Piece เป็นผลงานแปลและรวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับกีฬาเสก็ตน้ำแข็งประเภทลีลา @ FigureskateThai4. งานกราฟิกทั้งที่เป็นคอมพิวเตอร์กราฟิกและแมนวลกราฟิกบางส่วน (อยากดูมากกว่านี้ ไปแอดซะดีๆที่ FACEBOOK : ttkpcd) 5. รับสอนวาดภาพ ออกแบบ ออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ ศิลปะ และงานประดิษฐ์ ตามความต้องการเฉพาะบุคคล และกลุ่มขนาดเล็ก สอบถามรายละเอียดหรือสมัครเรียนผ่านทาง Facebook หรือ MultiplyContact: E: HFM_EQT@hotmail.com (ขอชื่อหัวข้อเมลล์ชัดๆ ตรงประเด็นค่าาา) ttkpcd@facebook.com อันนี้น่าจะดีกว่านะ ^ ^
T: 087-688-9941 (ส่งเป็นแมจเสจมาก่อนจะเร็วกว่าค่าาา)
W: facebook.com/ttkpcd

|